ปี่เซียะหยกพม่าคืออะไร? ใส่ข้างไหน และดูของแท้
อัปเดต

ปี่เซียะหยกพม่าคือปี่เซียะ สัตว์มงคลในตำนานจีน ที่แกะจากหยกพม่า ใช้เป็นจี้หรือเม็ดหลักบนกำไล ตามความเชื่อจีนว่าเรียกทรัพย์และเก็บทรัพย์ ธรรมเนียมคือใส่ให้หัวหันออก ส่วนใหญ่ใส่ข้อมือซ้าย และไม่ให้คนอื่นจับ ทั้งหมดนี้เป็นความเชื่อ ไม่ใช่กฎ เลือกจากเนื้อหยกก่อน แล้วดูหน้า ปาก หาง และใต้ท้องที่ซ่อนอยู่ และขอใบรับรองที่ระบุว่าเป็นเจไดต์ธรรมชาติ (เกรด A) เพราะปี่เซียะมักเป็นหยก type B แก้ว หรือหินย้อมสี
ปี่เซียะหยกพม่าคืออะไร?
ปี่เซียะหยกพม่าคือปี่เซียะ สัตว์มงคลในตำนานจีน ที่แกะจากหยกพม่า (เจไดต์) ส่วนใหญ่เป็นท่าหมอบคล้ายสิงโต เงยหน้า อ้าปากกว้าง ใช้เป็นจี้ห้อยคอหรือเป็นเม็ดหลักบนกำไลข้อมือ ตามความเชื่อจีน ปี่เซียะ "กินอย่างเดียว ไม่ขับถ่าย" จึงเชื่อกันว่าเรียกทรัพย์และเก็บทรัพย์ คนค้าขายนิยมมาก และเป็นของขวัญยอดฮิตเวลาเปิดร้านใหม่
ตำนานที่เล่ากันมากที่สุดคือ ปี่เซียะชอบกินทองคำ เงิน และอัญมณี แต่ไม่มีทวารหนัก ทุกอย่างที่กินเข้าไปจึงอยู่ในท้อง บางตำนานบอกว่าเป็นลูกของมังกร ในบันทึกเก่ากว่านั้น "เทียนลู่" (天禄) กับ "ปี้เสีย" (辟邪) เป็นสัตว์คล้ายกันสองชนิด มีเขาเดียวกับสองเขา มักสร้างไว้เฝ้าสุสาน ทุกวันนี้ชื่อเหล่านี้ใช้ปนกันไปหมดแล้ว และปี่เซียะที่เห็นส่วนใหญ่เป็นแบบเขาเดียวหรือไม่มีเขา หางม้วน
ในหยกพม่า ปี่เซียะมีให้เห็นทุกที่ ตัวกะทัดรัดเหมาะกับหยกก้อนเล็ก หยกเกรดกลางๆ ก็แกะออกมาดูดีได้ และขายได้เรื่อยๆ ทั้งในจีน เวียดนาม และไทย ด้วยเหตุนี้ ปี่เซียะจึงเป็นแบบที่ถูกทำจากหยกผ่านการปรับปรุงหรือหินเลียนแบบบ่อยที่สุดแบบหนึ่งด้วย
| ภาษา | คำเรียกและคำที่คนค้นหา |
|---|---|
| ไทย | ปี่เซียะ ปี่เซียะหยก ปี่เซียะหยกพม่า กำไลปี่เซียะ จี้ปี่เซียะ ปี่เซียะ คือ ปี่เซียะ ใส่ข้างไหน |
| จีน | 貔貅 翡翠貔貅 貔貅手链 (กำไล) 貔貅吊坠 (จี้) |
| เวียดนาม | tỳ hưu, tỳ hưu cẩm thạch, tỳ hưu phỉ thúy, vòng tay tỳ hưu |
| อังกฤษ | pixiu, pi xiu, jade pixiu bracelet |
ปี่เซียะมีความหมายอย่างไร?
ต่อไปนี้เป็นความเชื่อดั้งเดิม ไม่ใช่คำสัญญา พ่อค้าหยกชาวจีนมักอธิบายปี่เซียะทีละส่วน
| ส่วนของตัว | ตามความเชื่อ |
|---|---|
| ปากกว้าง | กวาดทรัพย์ "จากทั้งสี่ทิศ" (嘴大吃四方) |
| ท้องกลมอิ่ม | เก็บสิ่งที่กินเข้าไปไว้ได้ |
| ไม่มีทวาร ก้นงอน | ทรัพย์เข้าแล้วไม่ออก จึงว่ากันว่าทั้งเรียกทรัพย์และเก็บทรัพย์ |
| หน้าดุ มีเขา | ปกป้องเจ้าของ กันสิ่งไม่ดี ชื่อเก่าหนึ่งของสัตว์นี้คือ ปี้เสีย แปลว่า "ขับไล่สิ่งชั่วร้าย" |
| หางม้วน | ว่ากันว่า "กวาด" โชคลาภเข้ามา |
ปี่เซียะจึงผูกกับเรื่องเงินเป็นหลัก ทั้งค้าขาย งานขาย และโชคลาภตามความเชื่อ คนนิยมให้เป็นของขวัญเปิดร้านหรือเริ่มงานใหม่ ส่วนของขวัญเด็กแรกเกิดหรือวันเกิดผู้ใหญ่ คนมักเลือกห่วงสันติ (平安扣) น้ำเต้า หรือลูกท้อมากกว่า ดูความหมายจี้หยกพม่า
ปี่เซียะในความเชื่อแบบไทย ในไทย ปี่เซียะเป็นสัตว์มงคลจีนที่คนรู้จักมากที่สุดตัวหนึ่ง นิยมทั้งในครอบครัวไทยเชื้อสายจีนและในหมู่สายมู หลายวัดและศาลเจ้ามีพิธีปลุกเสกหรือเบิกเนตรปี่เซียะ คนไทยบางคนเลือกสีหยกตามสีมงคลประจำวันเกิดด้วย เช่น หยกพม่าสีเขียวสำหรับคนเกิดวันพุธ ส่วนในเวียดนาม คนมักถามว่าปี่เซียะ "ถูกกับธาตุไหน" ตามหลักเบญจธาตุ หยกสีเขียวเป็นธาตุไม้ จึงว่ากันว่าเหมาะกับคนธาตุไม้และธาตุไฟ ความเชื่อเหล่านี้อธิบายไว้ในความหมายและความเชื่อของหยกพม่า การใส่ปี่เซียะเป็นธรรมเนียมและความชอบส่วนตัว ไม่ได้ทำให้มูลค่าของหยกเปลี่ยนไป
จี้ปี่เซียะหรือกำไลปี่เซียะ มีแบบไหนบ้าง?
ปี่เซียะหยกพม่ามีอยู่ไม่กี่แบบ และแต่ละแบบก็ซื้อและตรวจคนละแบบ
| แบบ | ทำอย่างไร | เหมาะกับใคร | ต้องดูอะไร |
|---|---|---|---|
| จี้ปี่เซียะ (貔貅吊坠) | แกะทั้งตัว ยาวไม่กี่เซนติเมตร เจาะรูขวางบนหลังหรือใส่หัวทอง ห้อยแนวนอนกับเชือกหรือสร้อย | คนที่ชอบห้อยคอ ตัวใหญ่ งานแกะดี | งานแกะรอบตัว รอยร้าวที่หัวห้อยหรือรูเจาะ ขนาดเป็นมิลลิเมตร |
| กำไลปี่เซียะตัวเดียว (单貔貅手链) | ปี่เซียะหนึ่งตัวเจาะรูตามยาวจากปากถึงหาง ร้อยกับลูกปัดกลม | นิยมที่สุด ใส่ทุกวันง่าย | ลูกปัดกลมเป็นหยกพม่าด้วยไหม ขอบรูบิ่นไหม ขนาดข้อมือ |
| กำไลปี่เซียะคู่ (双貔貅手链) | สองตัวในเส้นเดียว มักหันหน้าเข้าหากันหรือหันออกทั้งคู่ | คู่รัก หรือคนที่อยากได้คู่ "ตัวหนึ่งเรียก ตัวหนึ่งเก็บ" | สองตัวสีและเนื้อหยกเข้ากันไหม |
| กำไลปี่เซียะหยกพม่าทั้งเส้น | ปี่เซียะและลูกปัดทุกเม็ดเป็นหยกพม่า ดีที่สุดคือจากก้อนเดียวกัน | คนที่อยากได้ทั้งเส้นเข้าชุดกัน | ใบรับรองใบเดียวที่ครอบคลุมทั้งเส้น |

กับดักที่เจอบ่อยที่สุดคือกำไลแบบผสม ตัวปี่เซียะเป็นหยกพม่า แต่ลูกปัดที่ร้อยด้วยเป็นแก้ว ควอตไซต์ย้อมสี ออบซิเดียน หรือหินอื่น แล้วประกาศขายแค่ว่า "กำไลปี่เซียะหยก" ให้ถามว่าแต่ละส่วนทำจากอะไร และดูว่าใบรับรองรับรองอะไรจริงๆ ใบรับรองของเม็ดปี่เซียะไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับลูกปัดกลมเลย ขนาดลูกปัด ขนาดข้อมือ และการเปลี่ยนเชือก ดูได้ในคู่มือกำไลลูกปัดหยกพม่า
ปี่เซียะ ใส่ข้างไหน หันหัวไปทางไหน?
ธรรมเนียมต่างกันไปตามครอบครัว ท้องถิ่น และอาจารย์ บางข้อขัดกันเองด้วย ต่อไปนี้คือข้อที่ได้ยินบ่อยที่สุด
| ธรรมเนียม ข้อห้าม | ตามความเชื่อ | ข้อสังเกตในทางปฏิบัติ |
|---|---|---|
| หันหัวออก | หัวปี่เซียะหันออกจากตัว บนกำไลคือหันไปทางมือ เพื่อ "รับ" ทรัพย์ ไม่หันหัวเข้าหาตัวเอง | จี้มักห้อยแนวนอน ไม่ห้อยหัวลง |
| ใส่ข้อมือข้างไหน | ส่วนใหญ่ว่าใส่ข้อมือซ้าย ตามคำว่า "ซ้ายเข้า ขวาออก" (左进右出) บางคนว่าผู้หญิงใส่ขวา หรือข้างไหนก็ได้ | มือข้างที่ไม่ถนัดกระแทกน้อยกว่า ปลอดภัยกับหยก |
| ห้ามคนอื่นจับ | ปี่เซียะ "จำเจ้าของ" (认主) คนอื่นไม่ควรจับ โดยเฉพาะหัวและปาก | ก็มีเหตุผล ส่งต่อกันน้อยลง ก็ทำตกน้อยลง |
| ลูบปี่เซียะ | เจ้าของมักลูบหัวลูบหลัง บางคนว่าห้ามปิดหรือจับปากและตา | น้ำมันจากผิวและการลูบทำให้หยกที่ขัดดีแล้วยิ่งเงา |
| ปลุกเสก เบิกเนตร (开光) | ทำพิธีที่วัดหรือศาลเจ้าก่อนใส่ครั้งแรก | พิธีไม่ได้เปลี่ยนเนื้อหยก อย่าจ่ายเพิ่มมากเพราะคำว่า "ปลุกเสกแล้ว" |
| ถอดเมื่อไร | บางคนว่าถอดตอนอาบน้ำ นอน มีเพศสัมพันธ์ ไปงานศพ หรือไปโรงพยาบาล | ถอดตอนนอน เล่นกีฬา และทำงานหนัก ดีทั้งกับหยกและเชือก |
วิธีอ่านตารางนี้ที่สมเหตุสมผลคือ ธรรมเนียมข้อไหนมีความหมายกับคุณหรือครอบครัวก็ทำตาม แต่อย่าให้ผู้ขายเอาข้อไหนมาเป็นเหตุผลขึ้นราคา พิธีปลุกเสกทำหลังซื้อได้เสมอ ที่วัดหรือศาลเจ้าที่คุณศรัทธา
การทำความสะอาด หลังใส่ เช็ดด้วยผ้านุ่มหมาดๆ นานๆ ครั้ง ล้างด้วยน้ำอุ่นผสมสบู่อ่อนเล็กน้อย ใช้แปรงขนนุ่มปัดในปาก ซอกขา และใต้หาง ซึ่งเป็นที่สะสมคราบ เช็ดให้แห้งสนิท โดยเฉพาะเชือก ไม่ใช้เครื่องล้างอัลตราโซนิกหรือไอน้ำ เพราะอาจทำให้กรอบทองหลวม ทำให้รอยร้าวเดิมรับแรง และทำให้หยกที่ผ่านการปรับปรุงเสียหายได้ บางคน "ชำระ" ปี่เซียะด้วยน้ำสะอาด แสงแดด หรือแสงจันทร์ น้ำสะอาดไม่มีปัญหา แต่ให้น้ำเกลืออยู่ห่างจากเชือกและส่วนที่เป็นทอง
ปี่เซียะใส่ตัวเดียวหรือใส่คู่?
คำอธิบายแบบดั้งเดิมแยกชื่อออกเป็นสองตัว "ปี่" (貔) เป็นตัวผู้ "เซียะ" (貅) เป็นตัวเมีย ตัวผู้เรียกทรัพย์ ตัวเมียเก็บทรัพย์ คู่กันจึงสมบูรณ์ แต่ละร้านแยกปี่เซียะตัวผู้ตัวเมียคนละแบบ บางร้านแกะตัวผู้ให้ใหญ่และดุกว่า บางร้านดูจากเขาเดียวหรือสองเขา บางร้านแค่ติดป้าย ไม่มีมาตรฐานเดียว และในวงการเองก็เห็นไม่ตรงกัน
- ตัวเดียว นิยมที่สุด โดยเฉพาะบนกำไล คนในวงการหลายคนบอกว่าใส่ตัวเดียวเป็นเรื่องปกติ
- คู่ คู่รักนิยม ใช้เป็นของขวัญแต่งงาน เปิดร้าน หรือตั้งบนโต๊ะทำงาน บนกำไล ปี่เซียะคู่มักร้อยให้หันหน้าเข้าหากันหรือหันออกทั้งคู่
สิ่งที่คนในวงการให้ความสำคัญมากกว่าคือ ถ้าซื้อคู่ สองตัวต้องเข้ากัน ปี่เซียะสองตัวที่แกะจากหยกก้อนเดียวกัน (同料) สีและเนื้อจะเหมือนกัน วางคู่กันแล้วสวย และหายากกว่า สองตัวที่ไม่เข้ากันดูออกทันทีว่าหยิบมาจากถาดคนละตัว
คนในวงการหยกดูงานแกะปี่เซียะอย่างไร?
คนในวงการดูเนื้อหยกก่อน แล้วค่อยดูงานแกะ เนื้อหยกคือ เนื้อ น้ำ สี (种水色) ซึ่งเป็นตัวกำหนดราคาส่วนใหญ่ ปี่เซียะจำนวนมากแกะจากหยกเกรดกลางหรือต่ำ และลายแกะที่ซับซ้อนก็เป็นที่ซ่อนรอยร้าวได้ดี การดูงานแกะจึงเป็นการหารอยร้าวไปในตัว
ใช้แสงสามแบบ
- แสงสะท้อน (โคมเดียวด้านบน แล้วเอียงปี่เซียะ) ดูความเงา หลุมเล็กๆ บนผิว และร่องลึกเงาหรือไม่
- แสงเฉียง (วางไฟต่ำ ส่องจากด้านข้าง) ดูความลึกของลายแกะ ขอบคมหรือมน และสีหน้าของปี่เซียะ
- แสงส่องผ่าน (ไฟฉายแนบหลังหรือท้อง) ดูรอยร้าว ปุยฝ้าย และสีที่อยู่ข้างใน
แล้วดูตามลำดับนี้
| ส่วน | งานดี | สัญญาณที่ต้องระวัง |
|---|---|---|
| สัดส่วน | หมอบ เงยหน้า อกยื่น ท้องกลม ก้นสูง คนในวงการจีนพูดว่า "ปากใหญ่ ท้องกลม ก้นอวบ" | ตัวแบนยาวเหมือนไส้กรอก หัวเล็กเกินไป ดูเหมือนหมาหรือการ์ตูน |
| หน้า | ตาสองข้างสูงเท่ากัน ขนาดเท่ากัน คิ้วและจมูกแกะชัด มีชีวิตชีวา ดุแต่ไม่น่าเกลียด | ตาเบี้ยว หน้าเบลอ ตาเป็นแค่จุดสองจุด |
| ปาก | อ้ากว้าง ขุดลึก ฟันและลิ้นเรียบร้อย ข้างในขัดเงา | เป็นแค่ร่องตื้น ข้างในหมองเทา มีรอยร้าววิ่งจากมุมปาก |
| เขา แผงคอ หนวด | เส้นคม เรียวลง ไหลไปทางเดียว | เส้นเบลอหรือมน ลึกเท่ากันหมด |
| หาง | ม้วนขึ้นแนบก้น ติดกับลำตัว ขอบเรียบ | บาง ยื่นออกมา (บิ่นง่าย) หรือบิ่นแล้วขัดใหม่ |
| ขาและท้อง | ขาสี่ขาแกะเล็บ ท้องแกะและขัดเงาแม้จะมองไม่เห็น | ใต้ท้องแบน หยาบ ไม่ขัด มีจุดดำหรือรอยร้าว "ซ่อน" อยู่ข้างใต้ |
| ร่องลึก | ในปาก ซอกขา ใต้หาง ขัดจนเงา | ร่องด้าน สาก หรือเทา เป็นสัญญาณของงานรีบหรืองานเครื่อง |
| รูเจาะ (ปี่เซียะบนกำไล) | ตรง อยู่กลาง ขอบรูเรียบ | ขอบรูบิ่น รอยร้าวแผ่ออกจากรู |
ใต้ท้องคือจุดที่ควรดูมากที่สุด คนซื้อไม่ค่อยพลิกดู จึงเป็นที่ที่ช่างตัดหยกทิ้งรอยร้าว จุดดำ หรือส่วนที่หยาบไว้ ช่างที่ยอมแกะเล็บเท้าและขัดใต้ท้องอย่างดี มักละเอียดกับทุกส่วนอื่นด้วย

ปี่เซียะราคากลางๆ จำนวนมากแกะด้วยเครื่องแล้วให้ช่างแต่งหน้าและขัดเงาด้วยมือ ถ้าบอกตามจริงก็เป็นสินค้าปกติ วิธีแยกงานแกะมือ งานเครื่อง CNC และงานกดอัลตราโซนิก ดูในงานแกะหยกพม่า ปี่เซียะทั้งถาดที่เหมือนกันทุกตัวคืองานเครื่อง ไม่ว่าป้ายจะเขียนว่าอะไร
แหล่งผลิตก็บอกอะไรได้บ้าง ในวงการจีน ซื่อฮุ่ย (四会) ในมณฑลกวางตุ้งทำงานแกะเกรดกลางถึงต่ำเป็นหลัก ส่วนเจียหยาง (揭阳) ขึ้นชื่อเรื่องจี้ชิ้นเล็กงานละเอียดระดับสูง ปี่เซียะหยกดีงานแกะละเอียดเป็นสินค้าคนละแบบกับปี่เซียะแผงตลาด แม้รูปถ่ายจะดูคล้ายกัน
อะไรบ้างที่ถูกขายเป็นปี่เซียะหยกพม่า?
| ของจริงคืออะไร | มักเรียกว่า | จุดสังเกต |
|---|---|---|
| หยกฟอกและอัดเรซิน (หยก type B) | "หยกธรรมชาติ" "เกรด A" "AAA" | ของราคาถูกแต่ใสสะอาดแวววาว เขียวสด รอยร้าวดูเหมือนถูกอุด เงาด้านคล้ายพลาสติก ต้องให้แล็บยืนยันเท่านั้น |
| หยกย้อมสี (หยก type C) | "ปี่เซียะเขียว" "เขียวเรียกทรัพย์" | สีเป็นร่างแหตามเม็ดและรอยร้าว สม่ำเสมอเกินไป บางชิ้นสีซีด |
| แก้วหล่อพิมพ์ | "หยกแก้ว" "หยกเทียม" บางทีเขียนแค่ "หยก" | รอยต่อพิมพ์ ฟองอากาศกลม รายละเอียดมนมาก เหมือนกันทุกตัว |
| เรซิน พลาสติก | มักไม่บอกวัสดุ | เบามาก ถือแป๊บเดียวก็อุ่น |
| ควอตไซต์ย้อมสี | "หยกมาเลย์" | เขียวสดและเรียบ สีรวมตัวตามรอยร้าว เบากว่าหยกพม่า |
| เนฟไฟรต์ | "หยกเหอเถียน" "หยก" | เป็นหยกแท้แต่คนละแร่ เงาแบบน้ำมัน ราคาคนละระดับ |
| เซอร์เพนทีน | "หยกซิ่วเหยียน" "หยกใหม่" | สีเขียวอมเหลือง นิ่มกว่า เป็นรอยง่าย |
| ออบซิเดียน | มักขายตรงชื่อว่าออบซิเดียน | สีดำ เงาเหมือนแก้ว ขายตรงชื่อก็ไม่มีปัญหา |
ระวังคำที่ใช้ "หินธรรมชาติ" "หยกแท้" "หยกพม่า" หรือ "เกรด A" บนป้ายในตลาด ไม่เหมือนกับ "เจไดต์ธรรมชาติ เกรด A" บนใบรับรองจากแล็บ "เกรด A" ในตลาดมักแปลว่าผู้ขายคิดว่า "ของสวย" ไม่ได้แปลว่าไม่ผ่านการปรับปรุง หยก type A, B, C ต่างกันอย่างไร ดูในหยก type A B C คืออะไร ส่วนหินที่มักถูกขายเป็นหยกพม่า ดูในหยกเทียมดูยังไง หยกเหอเถียนเป็นหยกแท้ แต่ไม่ใช่หยกพม่า "ปี่เซียะหยกเหอเถียน" จึงไม่ควรถูกตั้งราคาหรือขายเป็นปี่เซียะหยกพม่า
ซื้อปี่เซียะหยกพม่าอย่างไรให้ปลอดภัย?
- เลือกแบบ จี้ กำไลตัวเดียว ปี่เซียะคู่ หรือกำไลหยกพม่าทั้งเส้น
- ให้ผู้ขายตอบเป็นลายลักษณ์อักษรว่าแต่ละส่วนทำจากอะไร ทั้งตัวปี่เซียะ ลูกปัดกลม และอุปกรณ์
- ขอใบรับรองจากแล็บ ที่ระบุว่าเป็นเจไดต์ธรรมชาติ (เกรด A) และเช็กว่ารูป น้ำหนัก และขนาดตรงกับของจริง ถ้าเป็นกำไล ดูว่าครอบคลุมทั้งเส้นหรือไม่
- ขอรูปในแสงธรรมชาติทุกด้าน รวมถึงใต้ท้อง พร้อมวิดีโอสั้นๆ
- ขอรูปส่องไฟฉาย ที่บริเวณปาก หาง และรูเจาะ
- ขอขนาดเป็นมิลลิเมตร ถ้าเป็นกำไล ขอขนาดลูกปัดและขนาดข้อมือด้วย
- จ่ายตามเนื้อหยกและงานแกะ ไม่ใช่ตามคำว่า "ปลุกเสกแล้ว" หรือเรื่องเล่าเรื่องโชคลาภ
ความผิดพลาดที่เจอบ่อย คือซื้อจากรูปที่ไม่เคยถ่ายใต้ท้อง คิดว่าลูกปัดกลมเป็นหยกพม่าเพราะตัวปี่เซียะเป็นหยกพม่า และเข้าใจว่า "เกรด A" หมายถึงไม่ผ่านการปรับปรุง
ซื้อปี่เซียะหยกพม่าบน JadeiteHub
JadeiteHub ดำเนินงานจากรุ่ยลี่ (Ruili) บนเส้นทางหยกชายแดนจีน–เมียนมา ผู้ขายลงรูปจริงของแต่ละชิ้น บางชิ้นมีวิดีโอ และคุณขอให้ผู้ขายถ่ายใต้ท้อง ในปาก และส่องไฟให้ดูก่อนซื้อได้ เพื่อให้คำอธิบายระบุชัดว่าคุณจะได้อะไร ทุกชิ้นที่ขายแล้วจะตรวจเทียบกับใบรับรองก่อนจัดส่ง ส่งแบบมีประกัน และถ้าไม่ตรงตามคำอธิบาย คืนเงินเต็มจำนวน ถ้าการปลุกเสกสำคัญกับคุณ เมื่อได้รับปี่เซียะแล้ว นำไปปลุกเสกที่วัดหรือศาลเจ้าที่คุณศรัทธาได้ตามสะดวก
คำถามที่พบบ่อย
กำไลปี่เซียะใส่ข้อมือข้างไหน?
ส่วนใหญ่ใส่ข้อมือซ้าย ตามคำจีนว่า "ซ้ายเข้า ขวาออก" บางคนว่าผู้หญิงใส่ขวา หรือข้างไหนก็ได้ เป็นธรรมเนียม ไม่ใช่กฎ ใส่ข้างที่ไม่ถนัดหยกจะกระแทกน้อยกว่า
ปี่เซียะต้องหันหัวไปทางไหน?
ตามความเชื่อ หัวต้องหันออกจากตัว ไม่หันเข้าหาตัวเอง บนกำไลคือหันไปทางมือ ส่วนจี้มักห้อยแนวนอน ไม่ห้อยหัวลง
ให้คนอื่นจับปี่เซียะได้ไหม?
ความเชื่อว่าปี่เซียะจำเจ้าของ คนอื่นไม่ควรจับ โดยเฉพาะหัวและปาก จะทำตามหรือไม่ก็แล้วแต่คุณ กับตัวหยกไม่มีผลอะไร แต่ส่งต่อกันน้อยก็ทำตกน้อย
ปี่เซียะต้องปลุกเสกก่อนใส่ไหม?
หลายคนนำไปปลุกเสกที่วัดหรือศาลเจ้า แต่เป็นเรื่องความเชื่อส่วนตัว การปลุกเสกไม่ได้เปลี่ยนคุณภาพหรือมูลค่าของหยกพม่า อย่าจ่ายเพิ่มมากเพราะคำว่า "ปลุกเสกแล้ว"
ปี่เซียะหยกพม่าแท้ดูยังไง?
มีจุดสังเกตบ้าง แก้วมีรอยต่อพิมพ์และฟองอากาศ หินย้อมสีมีสีรวมตามรอยร้าว เรซินเบาและอุ่น แต่หยก type B ต้องให้แล็บยืนยันเท่านั้น จึงควรขอใบรับรองที่ระบุว่าเป็นเจไดต์ธรรมชาติ (เกรด A) และตรงกับชิ้นจริง



