หยกพม่ากับมรกต ต่างกันอย่างไร? สี ราคา ความทน

อัปเดต

แหวนมรกตเจียระไนเหลี่ยมวางข้างกำไลหยกพม่าสีเขียวและหยกหลังเบี้ย บนผ้าลินินสีงาช้างในแสงธรรมชาติอ่อน ๆ

หยกพม่ากับมรกตเป็นแร่คนละชนิด มรกตคือผลึกเบริลเดี่ยวที่โปร่งใส มักเจียระไนเหลี่ยม แข็งกว่า (โมห์ส 7.5–8) แต่เปราะ และส่วนใหญ่ผ่านการอัดน้ำมันหรือเรซิน หยกพม่า (เจไดต์) คือผลึกเล็กประสานกัน โปร่งแสงถึงทึบ แข็งน้อยกว่าเล็กน้อย (6.5–7) แต่เหนียวกว่ามาก จึงทำกำไลใส่ทุกวันได้ และหยกเกรดดีต้องเป็น Type A ไม่ผ่านการปรับปรุง หยกเขียวจักรพรรดิสีสวยเทียบมรกตชั้นดีได้และอาจแพงกว่า มรกตวิบวับ หยกพม่าประกายนุ่มนุ่ม ใบรับรองบอกได้แน่นอนว่าเป็นอะไร

หยกกับมรกตเป็นอย่างเดียวกันไหม?

ไม่ใช่ หยกพม่า (เจไดต์) กับมรกตเป็นแร่คนละชนิด แค่สีเขียวอาจคล้ายกัน มรกตคือแร่เบริลสีเขียว เป็นผลึกเดี่ยวโปร่งใส มักเจียระไนเป็นเหลี่ยม แข็งแต่เปราะ และเกือบทุกเม็ดมีมลทินอยู่ข้างใน ส่วนหยกพม่าคือแร่กลุ่มไพรอกซีนที่ประกอบด้วยผลึกเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนประสานกันแน่น โปร่งแสงจนถึงทึบ แข็งน้อยกว่าเล็กน้อย แต่เหนียวกว่ามาก ความต่างของโครงสร้างข้อนี้ข้อเดียวอธิบายเกือบทุกอย่างที่เหลือ ทั้งหน้าตา วิธีเจียระไน การปรับปรุงคุณภาพ ความทนเวลาใส่ และวิธีตั้งราคา

คำว่า "หยก" ในภาษาไทยใช้กว้าง รวมทั้งหยกพม่า (เจไดต์) และเนฟไฟรต์ (หยกเหอเถียน หยกไต้หวัน) บทความนี้เทียบมรกตกับหยกพม่า ซึ่งเป็นหยกที่ JadeiteHub ขาย ส่วนหยกพม่าต่างจากเนฟไฟรต์อย่างไร อ่าน หยกพม่ากับหยกเหอเถียน ต่างกันอย่างไร

หยกพม่ากับมรกต ต่างกันอย่างไร?

หยกพม่า (เจไดต์) มรกต
แร่ เจไดต์ กลุ่มไพรอกซีน เบริล
โครงสร้าง ผลึกเล็กจำนวนมากประสานกัน ผลึกเดี่ยว
หน้าตา โปร่งแสงถึงทึบ แสงนุ่ม เหมือนเรืองจากข้างใน โปร่งใส ประกายวิบวับจากเหลี่ยม
สี เขียว ขาว ม่วง แดง เหลือง ดำ ฯลฯ เขียวอย่างเดียว (เบริลสีอื่นมีชื่ออื่น)
ความแข็ง (โมห์ส) ประมาณ 6.5–7 ประมาณ 7.5–8
ความเหนียว สูงมาก บิ่นยาก แตกยาก ต่ำถึงปานกลาง บิ่นและร้าวง่าย
ความถ่วงจำเพาะ ประมาณ 3.33 ถือแล้วหนักมือ ประมาณ 2.72 ขนาดเท่ากันเบากว่าชัดเจน
รูปแบบที่พบบ่อย หลังเบี้ย งานแกะ กำไล ลูกปัด เจียระไนเหลี่ยม มักเป็นทรงขั้นบันได "emerald cut"
การปรับปรุงที่พบบ่อย Type A ไม่ผ่านการปรับปรุง Type B ฟอกกรดอัดเรซิน Type C ย้อมสี อัดน้ำมันหรือเรซินในรอยร้าวพบได้ทั่วไป
แหล่งสำคัญ หยกพม่าเกรดอัญมณีส่วนใหญ่มาจากเมียนมา โคลอมเบีย แซมเบีย บราซิล ฯลฯ
วิธีตั้งราคา ตามทั้งชิ้น ส่วนใหญ่ตามกะรัต
บนผ้าลินินสีงาช้าง ด้านซ้ายเป็นมรกตเจียระไนทรงขั้นบันไดที่เหลี่ยมคม ด้านขวาเป็นหยกพม่าหลังเบี้ยสีเขียวโทนใกล้กัน ผิวโค้งมน
จากซ้าย: 1 มรกตเจียระไนเหลี่ยม สะท้อนแสงคมและสว่าง 2 หยกพม่าหลังเบี้ยสีเขียวใกล้เคียงกัน แสงนุ่มและสม่ำเสมอ ภาพประกอบ

ทำไมหยกพม่าดูต่างจากมรกตมาก?

มรกตเป็นผลึกเดี่ยว แสงจึงทะลุผ่านตรง ๆ ช่างเจียระไนเพิ่มเหลี่ยมเพื่อให้พลิกแล้วมีประกาย เวลามองมรกตจึงเหมือนมองทะลุกระจกสี

หยกพม่าประกอบด้วยเม็ดผลึกที่ประสานกัน แสงจึงกระจายตัวระหว่างทาง แม้แต่หยกเนื้อแก้ว (玻璃种) ที่ดีที่สุดก็ดูเหมือนแสงถูกเก็บไว้ข้างใน คนในวงการเรียกว่า "ประกายเงา" (起光) ไม่ใช่ประกายวิบวับ หยกเนื้อหยาบกว่าจะดูขุ่นเหมือนน้ำนม และหยกจำนวนมากแทบไม่โปร่งแสงเลย ความโปร่งแสงมีผลต่อราคามาก อ่าน จ้ง สุ่ย เซ่อ: ดูเนื้อ น้ำ และสีหยกพม่า

สีก็ต่างกัน สีเขียวของมรกตมาจากโครเมียมและวาเนเดียม มักเป็นเขียวอมฟ้าเล็กน้อย กระจายทั่วผลึก สีเขียวของหยกพม่ามาจากโครเมียมเป็นหลัก อาจอมเหลืองหรืออมฟ้า และมักอยู่เป็นปื้น เป็นเส้น หรือเป็นลายลอย ไม่ได้สม่ำเสมอทั้งชิ้น หยกพม่ายังมีอีกหลายสี ส่วนมรกตมีแต่สีเขียว อ่าน สีหยกพม่า

หยกเขียวจักรพรรดิสีเดียวกับมรกตไหม?

ใกล้กันได้มาก บางครั้งจึงมีคนบรรยายหยกพม่าเกรดดีว่า "เขียวมรกต" หยกเขียวจักรพรรดิ (帝王绿) คือหยกพม่าสีเขียวเข้ม บริสุทธิ์ สม่ำเสมอ บนเนื้อละเอียดและโปร่งแสงสูง ในระดับที่ดีที่สุด สีสวยไม่แพ้มรกตชั้นยอด แต่วางคู่กันก็ยังต่าง มรกตมีประกายจากเหลี่ยม ส่วนหยกจักรพรรดิมีประกายนุ่มจากข้างใน มีความหนาฉ่ำแบบวุ้น

ชื่อเรียกใช้ข้ามกันไม่ได้ มรกตไม่เคยเรียกว่า "เขียวจักรพรรดิ" และหยกพม่าเขียวแค่ไหนก็ไม่ใช่มรกต วิธีดูและวิธีปลอมหยกจักรพรรดิ อ่าน หยกจักรพรรดิคืออะไร

อะไรแข็งกว่า อะไรทนกว่า?

มรกตแข็งกว่า หยกพม่าเหนียวกว่า สองเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน

  • ความแข็ง คือการทนรอยขีดข่วน มรกต (7.5–8) ทนรอยขีดข่วนกว่าหยกพม่า (6.5–7) ใส่ทั่วไปทั้งสองอย่างไม่ได้เป็นรอยง่าย แต่ควรเก็บแยกจากเพชรและไพลิน
  • ความเหนียว คือการทนบิ่นทนแตก หยกพม่าเป็นอัญมณีที่เหนียวที่สุดชนิดหนึ่ง เพราะเม็ดผลึกที่ประสานกันช่วยหยุดรอยร้าวไม่ให้ลาม มรกตเปราะ และมรกตส่วนใหญ่มีรอยร้าวอยู่แล้ว กระแทกแรงครั้งเดียวหรืออุณหภูมิเปลี่ยนเร็วก็อาจบิ่นหรือร้าวได้

หยกพม่าจึงทำเป็นกำไลบาง ๆ ใส่ได้ทุกวัน ส่วนกำไลมรกตทั้งวงแทบไม่มี แหวนมรกตมักใช้หนามเตยหรือขอบหุ้มเพื่อป้องกัน และช่างทองหลายคนแนะนำให้ถอดเวลาทำงานหนัก หยกพม่าเหนียวแต่ไม่ใช่ว่าไม่แตก กำไลตกพื้นแข็งก็ร้าวได้ อ่าน หยกพม่าแตกง่ายไหม

หยกพม่ากับมรกตผ่านการปรับปรุงต่างกันอย่างไร?

สองตลาดยอมรับสิ่งที่ต่างกันมาก

มรกต: มรกตส่วนใหญ่มีรอยร้าวถึงผิว และเป็นแนวปฏิบัติปกติที่จะอัดน้ำมัน (ดั้งเดิมใช้น้ำมันซีดาร์) หรือเรซินให้รอยร้าวเห็นน้อยลง การปรับปรุงความสะอาดแบบนี้ยอมรับกันทั่วไปถ้าแจ้งให้ทราบ ใบรับรองมักระบุระดับ เช่น ไม่มี น้อย ปานกลาง มาก มรกตสีสวยที่ไม่ผ่านการอัดน้ำมันหายากและราคาสูงกว่า มรกตสังเคราะห์ (ปลูกในห้องแล็บ) ก็มีมาก และต้องขายตามจริง

หยกพม่า: การปรับปรุงเดียวที่ยอมรับคือการลงแว็กซ์ที่ผิว หยกที่ฟอกกรดแล้วอัดเรซิน (Type B) ย้อมสี (Type C) หรือทั้งสองอย่าง (B+C) ไม่นับเป็นหยกธรรมชาติ ราคาตกมาก และนานไปอาจเหลืองหรือเปราะ หยกพม่าเกรดดีต้องเป็น Type A ที่ไม่ผ่านการปรับปรุง อ่าน หยก Type A B C ต่างกันอย่างไร

ดังนั้นคำว่า "ผ่านการปรับปรุง" มีความหมายต่างกัน มรกตอัดน้ำมันยังเป็นพลอยสวยที่ขายอย่างซื่อตรงได้ แต่หยกพม่าอัดเรซินคือหยกปรับปรุง

หยกพม่ากับมรกต อะไรแพงกว่า?

ไม่มีอย่างไหนแพงกว่าเสมอ ทั้งสองมีตั้งแต่ราคาย่อมเยาไปจนถึงระดับพิพิธภัณฑ์

  • มรกต ตั้งราคาส่วนใหญ่ตามกะรัต สี ความสะอาด ระดับการอัดน้ำมัน และแหล่ง (มรกตโคลอมเบียเป็นที่ต้องการมาก) เป็นตัวกำหนด และราคาขึ้นเร็วมากตามขนาด
  • หยกพม่า ตั้งราคาตามทั้งชิ้น ความโปร่งแสง สี ความสม่ำเสมอ รอยร้าว และขนาดเป็นตัวกำหนด กำไลต้องใช้หยกก้อนใหญ่ที่สะอาด กำไลสวยจึงแพงกว่าหัวแหวนได้มาก อ่าน ราคาหยกพม่าขึ้นอยู่กับอะไร

ในระดับสูงสุด หยกจักรพรรดิเนื้อแก้วเป็นวัสดุอัญมณีที่แพงที่สุดชนิดหนึ่งของโลก กำไลหรือสร้อยลูกปัดหยกพม่าชั้นยอดอาจแพงกว่ามรกตเกือบทุกเม็ด ส่วนในระดับทั่วไป หยกเขียวธรรมดาและมรกตเกรดการค้าก็ราคาไม่สูง ควรเทียบเกรดเดียวกัน คุณภาพของแต่ละชิ้นสำคัญกว่าว่าเป็นแร่อะไรมาก

แยกหยกพม่ากับมรกตอย่างไร?

ภาพระยะใกล้สองภาพบนพื้นหลังสีเข้ม ส่องไฟฉายเล็กจากด้านหลังทั้งคู่ ด้านซ้ายเป็นมรกตสีเขียวโปร่งใส เห็นมลทินเป็นเส้นใยและรอยร้าวเล็ก ๆ ข้างใน ด้านขวาเป็นหยกพม่าสีเขียวโปร่งแสง โครงสร้างเม็ดผลึกประสานกันทำให้แสงกระจายเป็นวงนุ่ม
จากซ้าย: 1 มรกตใต้ไฟฉาย ผลึกใส เห็นมลทินและรอยร้าว 2 หยกพม่าใต้ไฟฉาย แสงกระจายผ่านโครงสร้างเม็ดผลึกที่ประสานกัน ภาพประกอบ

วิธีต่อไปนี้ดูเองที่บ้านได้ แต่เป็นแค่เบาะแส ไม่ใช่ข้อสรุป

  1. ความโปร่งใส มรกตใส มองทะลุได้ หยกพม่าดีที่สุดก็แค่โปร่งแสง ส่วนใหญ่ขุ่นหรือทึบ
  2. รูปแบบการเจียระไน พลอยเขียวที่เจียระไนเหลี่ยมมักเป็นมรกต (หรือแก้ว หรือพลอยเหลี่ยมชนิดอื่น) หยกพม่าแทบทั้งหมดเป็นหลังเบี้ย งานแกะ กำไล หรือลูกปัด
  3. ประกายวิบวับหรือประกายนุ่ม เหลี่ยมทำให้มรกตวิบวับเวลาขยับ หยกพม่ามีแสงนุ่มเคลื่อนไปบนผิว
  4. ส่องไฟดูข้างใน ส่องไฟฉายเล็กทะลุพลอย มรกตจะเห็นมลทิน เป็นเส้นใย ผลึกเล็ก รอยร้าว บางทีเห็นผิวสะท้อนของรอยร้าวที่อัดน้ำมัน หยกพม่าจะเห็นโครงสร้างเป็นเม็ดหรือเส้นใย แสงกระจายเป็นวง
  5. น้ำหนัก หยกพม่าหนาแน่นกว่ามรกตราว 20% ขนาดเท่ากันจึงหนักมือกว่า

แก้ว ควอตไซต์ย้อมสี และหินเขียวอื่น ๆ เลียนแบบได้ทั้งสองอย่าง พลอยเขียวที่ใสสะอาดเกินไปและถูกเกินไปจึงต้องระวัง อ่าน หยกปลอมดูยังไง จะรู้แน่ว่าเป็นพลอยอะไรและผ่านการปรับปรุงหรือไม่ ต้องให้สถาบันตรวจอัญมณียืนยัน อ่าน วิธีตรวจใบรับรองหยกพม่า

ซื้อหยกพม่าหรือมรกตดี?

ขึ้นกับว่าอยากใส่อะไรและซื้อเพื่ออะไร

  • อยากได้กำไลหรือของใส่ทุกวัน เลือกหยกพม่า กำไลหยกมีได้ก็เพราะความเหนียวของหยกพม่า อ่าน แบบกำไลหยกพม่า
  • อยากได้แหวนหรือต่างหูที่มีประกาย มรกตให้ความวิบวับแบบพลอยเหลี่ยม หยกพม่าให้หลังเบี้ยที่มีประกายนุ่มกว่า อ่าน วิธีเลือกหยกพม่าหลังเบี้ย
  • ให้ความสำคัญกับความหมายและประเพณี หยกผูกพันกับจีน เวียดนาม และไทยมายาวนาน เป็นสัญลักษณ์ของความปลอดภัย ครอบครัว และโชคลาภ มักส่งต่อเป็นมรดก ส่วนมรกตมาพร้อมประเพณีตะวันตก เป็นพลอยประจำเดือนพฤษภาคม และสื่อถึงการเริ่มต้นใหม่และความรัก สำหรับคนไทย สีเขียวยังเป็นสีของคนเกิดวันพุธ (กลางวัน) ด้วย
  • อยากได้สีอื่นนอกจากเขียว มีแต่หยกพม่าที่มีสีม่วง ขาว แดง เหลือง และดำด้วย

เกร็ดเรื่องชื่อ: พระแก้วมรกตที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไม่ได้แกะจากมรกต โดยทั่วไประบุว่าเป็นหยกสีเขียวหรือแจสเปอร์ คำว่า "มรกต" ในพระนามหมายถึงสีเขียวเข้ม

ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ควรซื้อจากผู้ขายที่ระบุชื่อแร่และการปรับปรุงเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมใบรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได้

บน JadeiteHub เราขายเฉพาะหยกพม่าธรรมชาติ Type A ที่ไม่ผ่านการปรับปรุง และไม่ขายมรกต ภาพสินค้าถ่ายจากของจริงโดยผู้ขาย ทุกชิ้นที่ขายได้จะถูกตรวจเทียบกับใบรับรองก่อนจัดส่ง หากไม่ตรงตามคำอธิบาย คุณจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวน

คำถามที่พบบ่อย

หยกกับมรกตเป็นอย่างเดียวกันไหม?

ไม่ใช่ มรกตคือแร่เบริลสีเขียว เป็นผลึกเดี่ยวโปร่งใส หยกพม่า (เจไดต์) คือแร่ไพรอกซีนที่เป็นผลึกเล็กจำนวนมากประสานกัน สีอาจคล้ายกัน แต่หน้าตา ความทน การปรับปรุง และราคาต่างกัน

หยกพม่ากับมรกต อะไรแพงกว่า?

ไม่มีอย่างไหนแพงกว่าเสมอ มรกตตั้งราคาส่วนใหญ่ตามกะรัต หยกพม่าตามทั้งชิ้น หยกจักรพรรดิชั้นยอด โดยเฉพาะกำไลและสร้อยลูกปัด อาจแพงกว่ามรกตเกือบทุกเม็ด ส่วนหยกเขียวทั่วไปและมรกตเกรดการค้าราคาไม่สูง

หยกแข็งกว่ามรกตไหม?

ไม่ มรกตแข็งกว่า (โมห์ส 7.5–8 หยกพม่าประมาณ 6.5–7) จึงทนรอยขีดข่วนกว่า แต่หยกพม่าเหนียวกว่ามาก บิ่นยากแตกยาก ส่วนมรกตเปราะ

มีกำไลมรกตใส่ทุกวันแบบกำไลหยกไหม?

กำไลมรกตทั้งวงหายากมาก เพราะมรกตเปราะและมักมีรอยร้าว หยกพม่าเหนียวพอจะทำเป็นกำไลใส่ทุกวัน แต่ถ้าตกพื้นแข็งก็ยังร้าวได้

"หยกเขียวมรกต" คือมรกตหรือเปล่า?

ไม่ใช่ เป็นแค่คำบรรยายสี หยกพม่าเขียวแค่ไหนก็ยังเป็นหยกพม่า ให้ดูชื่อแร่ในใบรับรองและดูว่าระบุเป็นหยกธรรมชาติ Type A หรือไม่

แยกหยกพม่ากับมรกตเองที่บ้านอย่างไร?

มรกตใส มักเจียระไนเหลี่ยม มีประกาย และส่องไฟเห็นมลทิน หยกพม่าโปร่งแสงถึงทึบ มักเป็นหลังเบี้ย งานแกะ หรือกำไล แสงนุ่ม และขนาดเท่ากันหนักมือกว่า ถ้าจะให้แน่ต้องส่งสถาบันตรวจ

หยกพร้อมส่งตอนนี้

ต่างหูหยกพม่า Type A ฝักบัว เนื้อน้ำแข็ง ทอง 18K

ต่างหูหยกพม่า Type A ฝักบัว เนื้อน้ำแข็ง ทอง 18K

18.9 × 14.2 mm

US$979

ต่างหูหยกพม่า Type A สีเขียวสดเต็มชิ้น ทอง 18K

ต่างหูหยกพม่า Type A สีเขียวสดเต็มชิ้น ทอง 18K

15 × 10.7 mm

US$979

จี้หยกพม่า Type A โดนัท สีม่วงอ่อน ทอง 18K 25.7มม

จี้หยกพม่า Type A โดนัท สีม่วงอ่อน ทอง 18K 25.7มม

25.7 × 25.7 mm

US$1,269

จี้หยกพม่า Type A แตงมงคล สีเขียวแอปเปิ้ล ทอง 18K

จี้หยกพม่า Type A แตงมงคล สีเขียวแอปเปิ้ล ทอง 18K

24.1 × 12.4 mm

US$4,859

ดูหยกทั้งหมด →

← คู่มือทั้งหมด