คางคกหยก คางคกสามขา หยกพม่า: ความหมาย วิธีวาง วิธีเลือก
อัปเดต

คางคกหยก หรือคางคกสามขา (金蟾) คือคางคกที่มีสามขา คาบเหรียญ นั่งบนกองเหรียญหรือก้อนทอง มาจากตำนานเซียนหลิวไห่ที่ใช้พวงเหรียญทองตกคางคกขึ้นมา เมื่อปราบได้ มันก็คายเหรียญช่วยคนจน ตามธรรมเนียมหมายถึงเงินไหลเข้าและเก็บอยู่ เป็นคำอวยพร ไม่ใช่คำสัญญา ความเชื่อที่พบมากที่สุดคือวางหันหัวเข้าในบ้านหรือหันหาโต๊ะแคชเชียร์ ส่วนวิธีอื่นแล้วแต่ซินแส ต่างจากปี่เซียะที่มักใส่เป็นกำไล คางคกส่วนใหญ่เป็นองค์ตั้งเคาน์เตอร์หรือโต๊ะ และมีจี้เล็กด้วย เลือกทรงกะทัดรัด ตาและปุ่มหลังคมชัด ร่องขัดเงาดี และหยกพม่า Type A มีใบรับรอง เพราะคางคกราคาถูกจำนวนมากเป็นควอตไซต์ย้อมสี เซอร์เพนทีน หรือแก้ว ตอนนี้ JadeiteHub ยังไม่มีคางคกหยกลงขาย
คางคกหยกพม่าคืออะไร?
คางคกหยก หรือคางคกสามขา (ภาษาจีน 金蟾 จินฉาน, 招财蟾蜍 คางคกเรียกทรัพย์) คือหยกแกะเป็นรูปคางคกที่มีสามขา ส่วนใหญ่คาบเหรียญไว้ในปาก และนั่งอยู่บนกองเหรียญหรือก้อนทอง เป็นสัตว์มงคลเรื่องโชคลาภที่คนจีนรู้จักกันดีที่สุดตัวหนึ่ง คู่กับปี่เซียะ ถ้าทำจากหยกพม่า (เจไดต์) จะเห็นทั้งเป็นจี้ชิ้นเล็ก ชาร์มร้อยกำไลลูกปัด หัวแหวน และองค์ตั้งโต๊ะสำหรับวางบนโต๊ะทำงานหรือเคาน์เตอร์ร้าน
สี่จุดที่บอกว่าเป็นคางคกเรียกทรัพย์ ไม่ใช่คางคกธรรมดา
- สามขา ขาหน้าสองข้าง ขาหลังขาเดียว มักพับเก็บไว้ใต้ท้องเหมือนหาง
- คาบเหรียญ เหรียญจีนโบราณกลมเจาะรูสี่เหลี่ยม หรือเหรียญร้อยเป็นพวงสั้นๆ
- นั่งบนเงินทอง บนกองเหรียญ ก้อนทองแบบจีน (元宝 หยวนเป่า) หรือบางทีบนใบบัว
- ปุ่มบนหลัง ช่างมักแกะเจ็ดปุ่มเรียงเป็นรูปดาวจระเข้ (กลุ่มดาวหมีใหญ่ 北斗七星)
| ภาษา | ชื่อเรียกและคำที่คนค้นหา |
|---|---|
| ไทย | คางคกหยก, คางคกสามขา, คางคกคาบเหรียญ, คางคกหยกพม่า, จี้คางคก |
| จีน | 金蟾, 三足金蟾, 招财蟾蜍, 金蟾吊坠 (จี้), 金蟾摆件 (องค์ตั้งโต๊ะ) |
| เวียดนาม | thiềm thừ, cóc ngậm tiền, cóc ba chân, cóc cẩm thạch |
| อังกฤษ | money toad, money frog, three-legged toad, jin chan |
ภาษาอังกฤษมักเรียกว่า "money frog" (กบเรียกทรัพย์) แต่ต้นแบบคือคางคก (蟾蜍) ไม่ใช่กบ ทั้งสองชื่อหมายถึงลายเดียวกัน
คางคกสามขามาจากไหน? ตำนานหลิวไห่หยอกคางคกทอง
คางคกเรียกทรัพย์รวมเรื่องเล่าเก่าสองชั้นเข้าด้วยกัน คือคางคกบนดวงจันทร์ กับเซียนหลิวไห่ของลัทธิเต๋า
คางคกบนดวงจันทร์ ในตำนานจีนยุคแรก บนดวงจันทร์มีคางคกอาศัยอยู่ เรื่องที่เล่ากันมากเล่าว่าฉางเอ๋อ ผู้กินยาอายุวัฒนะแล้วลอยขึ้นไปบนดวงจันทร์ ได้กลายเป็นคางคกตัวนั้น ดวงจันทร์จึงมีชื่อเรียกเชิงกวีว่า 蟾宫 "วังคางคก" และสำนวน 蟾宫折桂 "หักกิ่งหอมหมื่นลี้ในวังคางคก" หมายถึงสอบได้ ในชั้นนี้คางคกเกี่ยวกับดวงจันทร์และอายุยืน ยังไม่เกี่ยวกับเงิน
หลิวไห่กับคางคกทอง หลิวไห่ (刘海) หรือหลิวไห่ฉาน เป็นเซียนในลัทธิเต๋า เรื่องเล่าพื้นบ้านว่าเขาเคยเป็นอัครเสนาบดีของแคว้นเยียนในยุคห้าราชวงศ์ แล้วลาออกไปบำเพ็ญเพียร นักวิชาการเชื่อว่าตัวจริงมีชีวิตอยู่หลังจากนั้นเล็กน้อย ในสมัยซ่งเหนือ นิกายเฉวียนเจินของเต๋านับถือเขาเป็นหนึ่งในห้าปรมาจารย์ฝ่ายเหนือ ส่วนชาวบ้านยกให้เป็นเทพแห่งโชคลาภองค์หนึ่ง มักวาดเป็นเด็กเท้าเปล่า ไว้ผมหน้าม้า ยิ้มแย้ม (คำว่า 刘海 ในภาษาจีนที่แปลว่าผมหน้าม้า ว่ากันว่ามาจากชื่อเขา)
เรื่องคางคกมีหลายสำนวน สำนวนหนึ่งเล่าว่าคางคกสามขาอาละวาดอยู่ในบ่อหรือบ่อน้ำ หลิวไห่จึงใช้เหรียญทองร้อยเป็นพวงทำเหยื่อตกมันขึ้นมา เมื่อปราบได้แล้ว คางคกก็คายเหรียญทองช่วยคนยากจน อีกสำนวนว่าคางคกเป็นสหายคู่ใจของเขา ชอบหนีลงบ่อ และเขาก็ใช้เหรียญล่อขึ้นมาทุกครั้ง ไม่ว่าสำนวนไหน ภาพที่ได้ก็เหมือนกัน คือหลิวไห่แกว่งพวงเหรียญ คางคกกระโดดงับ ภาพนี้เรียกว่า หลิวไห่หยอกคางคกทอง (刘海戏金蟾) นิยมมากตั้งแต่สมัยหมิงและชิง และมีคำกลอนพื้นบ้านต่อท้ายว่า 步步钓金钱 "ทุกก้าวตกได้เหรียญทอง"
งานวิจัยเรื่องความเชื่อเรื่องคางคกสามขาในไทยของวารสารจีนวิทยา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง สรุปว่าในตำราจีน คางคกสามขามีความหมายสามด้าน คืออายุยืน ดวงจันทร์ และความมั่งคั่ง แต่ที่เข้ามามีอิทธิพลในไทยคือด้านความมั่งคั่ง ผ่านตำนานหลิวไห่นี้เอง และคนไทยนิยมตั้งคางคกสามขาตามหลักฮวงจุ้ยเพื่อเสริมความมั่นใจในการค้าขาย
ทำไมต้องสามขา? ไม่มีคำอธิบายที่ตรงกัน ขาที่หายไปหนึ่งข้างแค่บอกว่านี่คือสัตว์วิเศษในตำนาน ไม่ใช่คางคกธรรมดา
คางคกหยกคาบเหรียญ ความหมายคืออะไร?
ทั้งหมดเป็นคำอวยพรตามธรรมเนียม ไม่ใช่คำสัญญา คนขายมักอธิบายทีละส่วน
| ส่วน | ความหมายที่พูดกัน |
|---|---|
| คาบเหรียญในปาก | เงินไหลเข้า คางคก "คายเงิน" ให้เจ้าของ (金蟾吐钱) |
| นั่งบนเหรียญ ก้อนทอง | ทรัพย์สมบัติกองพูน เก็บอยู่ |
| ปากกว้าง ท้องกลม | รับเงินเข้าและเก็บไว้ได้ |
| สามขา | คางคกวิเศษในตำนานหลิวไห่ ไม่ใช่สัตว์ธรรมดา |
| เจ็ดปุ่มบนหลัง | ดาวจระเข้ ซึ่งความเชื่อจีนผูกไว้กับโชคชะตา |
คำที่ได้ยินบ่อยที่สุดที่หน้าร้านคือ 招财进宝 (เรียกทรัพย์ รับสมบัติ) และ 财源广进 (เงินไหลมาจากทุกทิศ) คางคกสามขาจึงเป็นของขวัญคลาสสิกสำหรับเปิดร้าน เปิดกิจการ ตั้งที่โต๊ะแคชเชียร์ หรือให้คนที่ทำงานขาย ในไทยเห็นคางคกสามขาตั้งตามร้านค้าคนไทยเชื้อสายจีนจนเป็นภาพคุ้นตา เพราะตำนานดวงจันทร์ บางบ้านก็ให้คางคกกับนักเรียนเป็นนัย "สอบได้" แต่ความหมายนี้พบน้อยกว่ามาก
คางคกหยกไม่ได้เปลี่ยนรายได้ของใคร คนเลือกเพราะเรื่องเล่ามีชีวิตชีวาและคำอวยพรเข้าใจง่าย ความเชื่อเรื่องหยกและสีมงคลตามวันเกิดดูที่ หยกพม่า ความเชื่อ ความหมาย และความหมายจี้ลายอื่นๆ ดูที่ ความหมายจี้หยกพม่า
วางคางคกสามขาอย่างไร หันหัวเข้าหรือออก?
ต่อไปนี้เป็นความเชื่อฮวงจุ้ยพื้นบ้าน แต่ละซินแสแต่ละท้องถิ่นพูดไม่เหมือนกัน บางข้อขัดกันเองด้วย ซินแสฮวงจุ้ยคนหนึ่งชี้ว่าตำราฮวงจุ้ยโบราณไม่ได้พูดถึงการ "กลางวันหันออก กลางคืนหันเข้า" เลย และเห็นว่าเป็นธรรมเนียมที่เกิดในตลาดของมงคลฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ให้อ่านเป็นธรรมเนียม ไม่ใช่กฎ
| ความเชื่อ | พูดกันว่าอย่างไร | ข้อสังเกต |
|---|---|---|
| หันหัวเข้าใน | ที่บ้านหรือที่ร้าน หันหัวคางคกเข้าในบ้าน หรือหันเข้าหาโต๊ะแคชเชียร์ ให้ "เงินเข้า" ถ้าหันออกประตูหรือออกถนน ว่ากันว่า "คายเงินออก" | แบบที่พบมากที่สุด |
| กลางวันหันออก กลางคืนหันเข้า | กลางวันหันออกประตูไป "คาบเงิน" กลางคืนหมุนกลับเข้า "พาเงินกลับบ้าน" | หลายซินแสว่าไม่จำเป็น |
| ตัวเดียวหรือคู่ | บางคนตั้งสองตัว ตัวหนึ่งหันออกเรียกทรัพย์ อีกตัวหันเข้าเก็บทรัพย์ | ส่วนใหญ่ตั้งตัวเดียวก็พอ |
| ตั้งที่ไหน | เคาน์เตอร์ โต๊ะแคชเชียร์ ลิ้นชักเก็บเงิน โต๊ะทำงาน ตู้เตี้ยในห้องรับแขก ไม่ตั้งในห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนอน บางคนว่าควรตั้งต่ำ เพราะคางคกอยู่บนพื้นดิน | ที่ต่ำและมั่นคงก็ปลอดภัยกับหยกด้วย |
| เหรียญในปาก | ถ้าเหรียญถอดได้ ให้คาบไว้ในปากเสมอ | เหรียญหลวมหายง่าย เช็กตอนทำความสะอาด |
| ห้อยเป็นจี้ | ไม่มีกฎที่ตรงกัน ส่วนใหญ่ห้อยให้ตรง หัวขึ้น | อย่าห้อยจี้ใดๆ กลับหัว จะดึงรูเจาะหรือหูห้อยให้เสีย |
| ปลุกเสก เบิกเนตร | บางคนนำไปทำพิธีที่วัดหรือศาลเจ้าก่อนใช้ | พิธีไม่ได้เปลี่ยนเนื้อหยก อย่าจ่ายเพิ่มเพราะ "ปลุกเสกแล้ว" |
ธรรมเนียมไหนที่คุณหรือครอบครัวให้ความสำคัญก็ทำตามได้ แต่อย่าให้คนขายใช้ข้อไหนเป็นเหตุผลขึ้นราคา
คางคกสามขากับปี่เซียะ เลือกตัวไหนดี?
ทั้งสองตัวเป็นสัตว์เรียกทรัพย์ และหลายคนมีทั้งสองตัว ต่างกันที่เรื่องเล่าและวิธีใช้

| คางคกสามขา (金蟾) | ปี่เซียะ (貔貅) | |
|---|---|---|
| คืออะไร | คางคกสามขาจากตำนานหลิวไห่ | สัตว์ในตำนานคล้ายสิงโต มักมีเขา |
| ความหมาย | เรียกเงินเข้า "คายเหรียญ" ให้เจ้าของ | กินแต่ไม่ถ่าย เก็บทรัพย์ไม่ให้ไหลออก และกันสิ่งไม่ดี |
| แบบที่พบมากที่สุด | องค์ตั้งเคาน์เตอร์หรือโต๊ะทำงาน และจี้เล็ก | กำไลลูกปัดและจี้ |
| ทิศที่นิยม | หันหัวเข้าในบ้าน เข้าในร้าน | ใส่ข้อมือหันหัวออก ไปทางนิ้วมือ |
| คนที่นิยม | เจ้าของร้าน พ่อค้าแม่ค้า แคชเชียร์ | นักธุรกิจ คนค้าขาย คนที่อยากได้ทั้ง "เรียกและเก็บ" |
ถ้าอยากใส่ข้อมือทุกวัน ปี่เซียะพบบ่อยกว่า ถ้าอยากตั้งบนเคาน์เตอร์หรือโต๊ะ คางคกสามขาคือตัวเลือกคลาสสิก อ่านเรื่องปี่เซียะแบบละเอียดได้ที่ ปี่เซียะหยกพม่าคืออะไร
คางคกสามขากับกบหยก คางคกหยกธรรมดา เหมือนกันไหม?
ไม่เหมือน ให้นับขา กบหรือคางคกสี่ขา หรือตัวที่นั่งบนใบบัวโดยไม่มีเหรียญ เป็นลายธรรมชาติ ไม่ใช่คางคกเรียกทรัพย์ ช่างจีนแกะฉากบ่อน้ำ กบกับบัวไว้มาก และคนขายต่างชาติบางคนเรียกรวมๆ ว่า "money frog"
จี้ชิ้นเล็กมักพับขาไว้ใต้ท้อง ให้พลิกดูด้านล่าง คางคกสามขาจะมีขาหน้าสองข้างกับขาหลังหนึ่งข้าง เหรียญในปากหรือกองเหรียญข้างใต้เป็นอีกจุดชี้ คางคกที่นั่งบนเหรียญยังนับเป็นคางคกเรียกทรัพย์แม้มองขาที่สามไม่ชัด ส่วนกบบนใบบัวที่ไม่มีเหรียญไม่ใช่
คางคกหยกพม่ามีแบบไหนบ้าง?

| แบบ | ชื่อจีน | หน้าตา | ข้อสังเกต |
|---|---|---|---|
| จี้ชิ้นเล็ก | 金蟾吊坠, 金蟾挂件 | คางคกตัวกะทัดรัด ส่วนใหญ่ 2–4 ซม. เจาะรูหรือติดหูห้อย | แบบใส่ติดตัวที่พบมากที่สุด |
| นั่งบนเหรียญ ก้อนทอง | 金蟾踩元宝 | คางคกนั่งบนเหรียญหรือก้อนทองจีน | ได้ความหมายเรื่องเงินครบในชิ้นเดียว |
| หลิวไห่หยอกคางคก | 刘海戏金蟾 | เด็กถือพวงเหรียญ คางคกอยู่ข้างล่าง | ใช้งานแกะมาก มักเป็นจี้ใหญ่หรือองค์ตั้ง |
| ชาร์มกำไลลูกปัด | 金蟾手串 | คางคกเล็กเจาะตามยาว ร้อยระหว่างลูกปัดกลม | ถามให้ชัดว่าลูกปัดอื่นทำจากอะไร |
| หัวแหวน | 金蟾戒指 | คางคกจิ๋วบนแหวนทองหรือเงิน | เล็กและนูนสูง กระแทกง่าย |
| องค์ตั้งโต๊ะ | 金蟾摆件 | คางคกตัวใหญ่ขึ้นพร้อมฐาน ตั้งเคาน์เตอร์หรือโต๊ะ | ชิ้นใหญ่ จึงมักใช้หยกเกรดกลาง |
คางคกเป็นทรงกลมกะทัดรัด เหมาะกับหยกก้อนเล็ก และแม้เนื้อธรรมดาก็ทำออกมาสวยได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ตลาดมีคางคกราคาถูกเยอะมาก
คางคกหยกพม่ามีสีอะไรบ้าง?
- สีเขียว พบมากที่สุด เพราะเขียวเป็นสีหยกพม่าที่คนรู้จักที่สุด
- สีเหลือง เหลืองน้ำผึ้ง (黄翡) ได้รับความนิยม เพราะเข้ากับชื่อ "คางคกทอง" สีเหลืองธรรมชาติของหยกพม่ามาจากออกไซด์ของเหล็กใกล้ผิวผุของหยกก้อน
- สีแดง (红翡) พบน้อยกว่า ในวงการมีการเผาหยกสีเหลืองน้ำตาลให้แดงขึ้น (烤色 สีเผา) วงการส่วนใหญ่ไม่ยอมรับสีเผาว่าเป็นแดงธรรมชาติ และชิ้นที่เผาสีมีค่าต่ำกว่ามาก สีเผาพบมากในชิ้นสีแดงล้วน คางคกสีแดงเข้มสม่ำเสมอจึงควรถามให้ตรงๆ วิธีแยกดูที่ หยกพม่าสีแดง สีเหลือง แท้ไหม
- ใช้สีตามเนื้อ (俏色) ช่างฝีมือดีจะใช้ส่วนสีเหลืองแกะเป็นเหรียญ ส่วนสีเขียวหรือใสแกะเป็นตัวคางคก การใช้สีอย่างชาญฉลาดเพิ่มค่างาน
- หยกดำ (墨翠) และเนื้อน้ำแข็งไม่มีสี ก็มี มักเลี่ยมทองที่เหรียญให้ตัดกัน
เลือกคางคกหยกพม่าอย่างไร?
ดูเนื้อหยกก่อน แล้วดูงานแกะ สุดท้ายดูตัวเรือน
- เลือกทรงกะทัดรัด ตัวกลม ขาพับใต้ท้อง แข็งแรงที่สุด ส่วนบางที่ยื่นออกมา เช่น พวงเหรียญที่นูนสูง ขาที่กางออก หรือขอบหัวแหวน คือจุดที่บิ่นง่าย
- ดูตา ต้องสมมาตร กลม แกะชัด ตาเบี้ยวหรือตื้นทำให้ทั้งหน้าดูไม่มีชีวิต
- ดูหลัง ปุ่มต้องกลมมน กระจายสม่ำเสมอ ไม่ใช่จุดแบนๆ คางคกที่ผลิตเป็นจำนวนมาก มักแกะด้วยเครื่อง CNC จะมีปุ่มเหมือนกันทุกปุ่ม ตื้น รายละเอียดไม่คม ดู งานแกะหยกพม่าดูยังไง
- ดูเหรียญ เหรียญที่ดีกลม รูสี่เหลี่ยมคมสะอาด คาบอยู่ในปากอย่างเป็นธรรมชาติ
- ดูความเงาในร่อง ใต้คาง รอบขา และระหว่างปุ่ม ร่องด้านหยาบแปลว่าลดเวลาขัดเงา
- ส่องไฟ ใช้ไฟฉายเล็กส่องทะลุตัวคางคกแล้วหมุนช้าๆ ผิวที่มีปุ่มเยอะซ่อนรอยร้าวได้ง่าย เส้นที่ตัดแสงขาดคือรอยร้าว
- ตัดของปลอมและหยกผ่านการปรับปรุง "คางคกหยก" ราคาถูกจำนวนมากคือควอตไซต์ย้อมสี เซอร์เพนทีน อเวนเจอรีน แก้ว หรือเรซิน ส่วนคางคกเขียวสดราคาถูกมักเป็นหยกพม่าฟอกกรดอัดเรซิน (Type B) หรือย้อมสี (Type C) ดู หยกแท้ดูยังไง และ วิธีดูหยกพม่าเกรด B
- ขอใบรับรอง ซื้อหยกพม่าธรรมชาติ Type A ที่มีใบรับรองจากแล็บ น้ำหนัก ขนาด และรูปต้องตรงกับชิ้นจริง
ถ้าซื้อออนไลน์หรือในไลฟ์สด ขอวิดีโอหมุนคางคกใต้ไฟฉาย รวมถึงด้านล่างที่มีขาและรูเจาะ
คางคกหยกเลี่ยมทองหรือเลี่ยมเงิน?
จี้คางคกหลายชิ้นร้อยเชือกเฉยๆ บางชิ้นมีหูห้อยโลหะ ครอบทองที่รูเจาะ หรือฝังเหรียญทองไว้ในปาก
- ทอง 18K หยกพม่าเลี่ยมทองส่วนใหญ่ผลิตในจีน ใช้ทอง 18K (75%) ทองเหลืองเข้ากับคางคกสีเหลืองน้ำผึ้ง ตรงกับความหมาย "คางคกทอง" ทองคำขาวเข้ากับเนื้อน้ำแข็งและสีเขียวอ่อน
- เงิน 925 ตัวเรือนเงินทุกชิ้นที่ขายใน JadeiteHub เป็นเงิน 925 ราคาถูกกว่ามาก งบส่วนใหญ่จึงไปอยู่ที่ตัวหยก แต่เงินหมองง่ายและต้องทำความสะอาด
เปรียบเทียบละเอียดได้ที่ หยกพม่าเลี่ยมเงินหรือทอง ส่วนเรื่องเชือก สร้อย และความยาว ดูที่ ห้อยจี้หยกพม่า ใช้เชือกหรือสร้อยทองดี
JadeiteHub มีคางคกหยกพม่าขายไหม?
ตอนนี้ยังไม่มี JadeiteHub ยังไม่มีคางคกสามขาลงขาย และเราขอบอกตรงๆ ดีกว่าแนะนำของอย่างอื่นแทน เมื่อเจอคางคกหยกพม่า Type A ที่มีใบรับรองและงานแกะดี เราจะลงขาย ระหว่างนี้ดู จี้หยกพม่า JadeiteHub ที่ลงขายอยู่ได้ และไม่ว่าซื้อที่ไหน ก็ใช้วิธีตรวจด้านบนได้
ดูแลคางคกหยกพม่าอย่างไร?
- ถอดจี้หรือแหวนตอนเล่นกีฬา ทำงานหนัก และตอนนอน เหรียญ ขา และขอบคือจุดที่บิ่นง่ายที่สุด
- ล้างด้วยน้ำอุ่นกับสบู่อ่อนแล้วเช็ดให้แห้ง ใช้แปรงขนนุ่มทำความสะอาดร่องระหว่างปุ่มและใต้คาง
- ตั้งองค์คางคกบนพื้นที่ต่ำและมั่นคง ห่างจากขอบเคาน์เตอร์
- เก็บชิ้นที่ใส่ติดตัวแยกไว้ ห่างจากอัญมณีที่แข็งกว่า อย่าให้โดนน้ำหอมและน้ำยาทำความสะอาดแรงๆ
- หมั่นเช็กหูห้อย เชือก และเหรียญที่ถอดได้
JadeiteHub ลงขายเฉพาะหยกพม่าที่มีใบรับรองจากแล็บ ทุกชิ้นที่ขายได้จะถูกตรวจเทียบกับใบรับรองที่ศูนย์ตรวจสอบของเราก่อนจัดส่ง และหากไม่ตรงตามคำอธิบาย คุณได้รับเงินคืนเต็มจำนวน
คำถามที่พบบ่อย
คางคกหยกคาบเหรียญ ความหมายคืออะไร?
ตามธรรมเนียมหมายถึงเงินไหลเข้าและเก็บอยู่ คางคกสามขาคาบเหรียญ นั่งบนกองเหรียญหรือก้อนทอง และในตำนานหลิวไห่มันคายเหรียญทองออกมา เป็นคำอวยพรเรื่องการค้าและโชคลาภ ไม่ใช่คำสัญญา
ทำไมคางคกเรียกทรัพย์ถึงมีสามขา?
ไม่มีคำอธิบายที่ตรงกัน ขาที่หายไปบอกว่าเป็นคางคกวิเศษในตำนานหลิวไห่ ไม่ใช่คางคกธรรมดา ส่วนใหญ่แกะขาหน้าสองข้างกับขาหลังหนึ่งข้าง พับไว้ใต้ท้องเหมือนหาง
วางคางคกสามขาหันหัวเข้าหรือหันออก?
ความเชื่อที่พบมากที่สุดคือหันหัวเข้าในบ้าน หรือหันเข้าหาโต๊ะแคชเชียร์ ให้เงินเข้า บางคนว่ากลางวันหันออก กลางคืนหันเข้า ทั้งหมดเป็นฮวงจุ้ยพื้นบ้านที่แต่ละซินแสพูดต่างกัน ไม่ใช่กฎตายตัว
คางคกสามขากับปี่เซียะต่างกันอย่างไร?
คางคกสามขาคาบเหรียญ หมายถึงเรียกเงินเข้า มักเป็นองค์ตั้งเคาน์เตอร์ หันหัวเข้า ปี่เซียะเป็นสัตว์มีเขา หมายถึงกินไม่ถ่าย เก็บทรัพย์ มักใส่เป็นกำไล หันหัวออก ทั้งสองเรียกทรัพย์ มีทั้งสองตัวได้
ใส่จี้คางคกหยกได้ไหม?
ได้ คางคกตัวเล็กนิยมทำเป็นจี้ ชาร์มกำไล และหัวแหวน ทิศการห้อยไม่มีกฎที่ตรงกัน ส่วนใหญ่ห้อยตรง หัวขึ้น ควรเลือกทรงกะทัดรัด เพราะส่วนบางที่ยื่นออกมาบิ่นง่าย
ดูอย่างไรว่าคางคกหยกเป็นหยกพม่าแท้?
คางคกราคาถูกจำนวนมากเป็นควอตไซต์ย้อมสี เซอร์เพนทีน อเวนเจอรีน แก้ว หรือหยกพม่าที่ผ่านการปรับปรุง ขอใบรับรองจากแล็บที่ระบุหยกพม่าธรรมชาติ Type A และตรงกับชิ้นจริง แล้วส่องไฟดูรอยร้าวและสี



